All Posts By: Adrienne

วัคซีนโควิด19

วัคซีนโควิด19 ชนิดเชื้อตาย มีความคืบหน้า เข้าสู่การทดลองกับอาสาสมัคร

จีนเปิดเผยการทดสอบทางสถานพยาบาล วัคซีนโควิด19 จำพวกเชื้อตาย มีความก้าวหน้า ไปสู่การทดสอบกับอาสาสมัครขั้นลำดับที่สองแล้ว ภายหลังผลของการทดสอบอันดับแรกจนกระทั่งในขณะนี้อาสาสมัคร 93 คน ยังแสดงผลลัพธ์ไม่มีอันตราย

เมื่อ 25 ม.ย. 63 สำนักข่าวซินหัวรายงาน สถาบันยาชีววัตถุอู่ฮั่น ขึ้นตรงต่อบริษัทไชน่า เนชันนัล ฟาร์มาซูว่ากล่าวคอล กลุ่ม (ซิโนฟาร์ม) และก็สถาบันเชื้อไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ขึ้นอยู่กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน เผยความก้าวหน้าของการสร้างวัคซีนโรคเชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ หรือโควิด-19 ประเภทเชื้อตาย (inactivated vaccine) ได้ไปสู่การทดสอบทางสถานพยาบาลระยะลำดับที่สองแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ม.ย.ก่อนหน้านี้ ข้างหลังสถาบันทั้งคู่ได้ประสานมือเริ่มการทดสอบทางสถานพยาบาลวัคซีนประเภทนี้เมื่อ 12 เดือนเมษายน

บริษัทซิโนฟาร์ม กำหนดในกล่าววว่า เมื่อนับถึงวันที่ 23 เดือนเมษายน มีอาสาสมัครปริมาณ 96 คนภายในกลุ่มของตัวอย่าง 3 ช่วงอายุที่ได้รับวัคซีนประเภทนี้ในช่วงแรกของการทดลอง แล้วก็จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ วัคซีนยังแสดงผลลัพธ์ไม่เป็นอันตราย ตอนที่อาสาสมัครอยู่ภายใต้การสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

ซิโนฟาร์ม เผยเพราะ การทดสอบวัคซีนประเภทเชื้อตาย ซึ่งจะปฏิบัติงานในเมืองเจียวจั้ว บริเวณเหอหนาน ทางตรงกลางของจีน จะใช้แนวทางศึกษาค้นคว้าทั้งยังแบบสุ่ม การทดสอบแบบปิดบังสองฝ่าย (double-blind) แล้วก็การควบคุมด้วยยาหลอก (placebo-controlled) โดยการทดสอบทางสถานพยาบาลระยะลำดับที่สองนั้นจะเน้นไปที่ขั้นตอนการให้วัคซีน

ดังนี้ การทดสอบทางสถานพยาบาลของวัคซีนโควิด-19 จำพวกเชื้อตายในระยะต้นแล้วก็ระยะลำดับที่สองได้รับการอนุญาตจากที่ทำการบริหารเวชภัณฑ์แห่งชาติของจีน (NMPA) ผ่านหนทางพิเศษ โดยบริษัทซิโนฟาร์ม เปิดเผยเพราะ วัคซีนจะเข้าสู่การทดสอบทางสถานพยาบาลระยะลำดับที่สามด้วย แต่ทว่ากรรมวิธีการทดสอบทางสถานพยาบาลทั้งปวงบางทีอาจจำต้องใช้เวลาราว 1 ปี กว่าจะเสร็จ และก็ได้ผลสรุปถึงความปลอดภัยและก็สมรรถนะของวัคซีน

จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ทางการจีนได้อนุมัติวัคซีนโรคโควิดแล้วปริมาณ 3 รายการในการทดสอบทางสถานพยาบาล โดยวัคซีน จำพวกที่ใช้อะดิโนเชื้อไวรัสเป็นตัวนำพา (adenovirus vector vaccine) จัดเป็นวัคซีนโควิด จำพวกแรกที่ไปสู่การทดสอบทางสถานพยาบาลระยะลำดับที่สองในจีน

 

 

ที่มา.. thairath

พิษโควิด19

พิษโควิด19 ทำคนอเมริกันตกงานระนาว พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 26.4 ล้านราย

พิษโควิด19 ทำชาวอเมริกันว่างงานระนาว จำนวนขอสวัสดิการคนตกงานพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 26.4 ล้านราย

เมื่อ 23 เม.ย.63 กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา เผยตัวตัวเลขคนอเมริกันมายื่นขอสวัสดิการคนตกงานตลอดเป็นสัปดาห์ที่ 5 พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 26.4 ล้านราย ในปริมาณนี้เป็นตัวเลขผู้ที่พึ่งมายื่นขอสวัสดิการคนตกงานครั้งแรก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วถึง 4.4 ล้านราย และก็เป็นปริมาณผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการคนตกงานระยะยาวถึง 15.98 ล้านราย

การเพิ่มขึ้นของจำนวนนี้มาจากการที่ธุรกิจร้านค้า และก็โรงงานต่างๆจำต้องพากันปิดตัวลง แล้วก็มีการเลิกว่าจ้างคนงานจำนวนมาก ทำให้มีคนอเมริกันว่างงาน ขาดรายได้เยอะแยะ ในตอนมาตรการล็อกดาวน์สกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา

กระทรวงแรงงานประเมินว่าจะมีคนประเทศอเมริกาอีกหลายล้านรายมายื่นขอสวัสดิการคนตกงานในช่วงสัปดาห์หน้า ในขณะที่นักวิเคราะห์เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา จะรู้สึกตัวกลับมาได้เร็วขนาดไหนก็ขึ้นกับความรวดเร็วของรัฐบาลสำหรับในการจัดแจงคุมโรคโควิด-19 ท่ามกลางการคาดเดาว่าเวลานี้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ได้ไปสู่ภาวะถดถอยแล้ว

สำหรับปริมาณคนป่วยโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ยังคงพุ่งสูงโดยตลอด ปัจจุบันในรอบ 1 วันก่อนหน้านี้ มีรายงานตัวเลขผู้ติดโรคเพิ่มอีก 30,062 ราย มาอยู่ที่ 880,204 ราย ตอนที่จำนวนคนเสียชีวิตอยู่ที่ 49,845 ศพ ภายหลังมีรายงานปริมาณคนตายมากขึ้นมาอีกกว่า 2,000 ศพ.

 

ที่มา.. thairath

โป๊ปฟรานซิส

โป๊ปฟรานซิส ตรัสเนื่องในวันคุ้มครองโลก ทรงชี้ ธรรมชาติไม่มีวันให้อภัยมนุษย์

โป๊ปฟรานซิส บอกเนื่องในวันคุ้มครองโลก ทรงชี้ ธรรมชาติไม่มีทางยกโทษมนุษย์ที่รุกรานทำลายสภาพแวดล้อม การระบาดของเชื้อโควิดบอกให้เห็นการโต้ตอบของโลก

เมื่อ 23 เดือนเมษายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปา(โป๊ป) ฟรานซิส กษัตริย์แห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก บอกเนื่องในวัน Earth Day หรือวันคุ้มครองป้องกันโลกในวันครบรอบ 50 ปี เมื่อ 22 ม.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา

โดยทรงวิงวอนขอให้ชาวโลกรักษาปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่าธรรมชาติจะไม่มีทางยกโทษต่อการรุกรานของพวกเรา ทั้งยังการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด ได้แสดงให้มนุษย์มองเห็นแล้วถึงการโต้ตอบของโลก

ช่วงเวลาเดียวกัน สมเด็จพระสันตะปาปาฟราสซิส ได้พูดสรรเสริญความเคลื่อนไหวสำหรับเพื่อการพยายามปกปักรักษาสภาพแวดล้อมบนโลก พร้อมด้วยทรงชี้ว่า มีความสำคัญสำหรับเยาวชนคนหนุ่มคนสาวสำหรับเพื่อการออกมาเดินรณรงค์เรียกร้องบนถนนเพื่อให้ชาวโลกรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้สอนเราว่า อะไรเป็นความแจ่มชัด เพราะว่าจะไม่มีอนาคตสำหรับเรา ถ้าเกิดพวกเรายังทำลายสภาพแวดล้อมที่ค้ำจุนหล่อเลี้ยงชีวิต.

 

ที่มา..  thairath

F 16

F-16 กองกำลังนาโตของเบลเยียมเข้าสกัดเครื่องบินรบรัสเซียเหนือทะเลบอลติก

กำลังทางอากาศนาโตโดยเครื่อง F 16 ของ กองทัพอากาศเบลเยียม บินขัดขวางเครื่องบินขับไล่ รวมทั้งเครื่องบินจู่โจมของรัสเซีย หลังใกล้เรือพิฆาตของสหรัฐอเมริกา ที่กำลังลอยลำอยู่ในทะเลบอลติก ให้ออกไปจากน่านฟ้าได้

ช่วงวันที่ 22 ม.ย. 2563 บุญธง ก่อมงคลกูล นักข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียมรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.63 เครื่องบินขับไล่แบบ F-16 AB ของกองทัพอากาศเบลเยียม 2 ลำ ที่ถูกวางเป็นอย่างยิ่งทางอากาศของกองกำลังนาโต (กลุ่มสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ) ได้ออกบินลาดตระเวนตั้งแต่ตอนเวลาเช้าจากฐานทัพในประเทศลิทัวเนีย เพื่อยับยั้งกรุ๊ปเรือบินเฉดหัวไล่แบบซู-27 รวมทั้งเครื่องบินจู่โจมแบบ ซู-24 ของรัสเซียที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเรือพิฆาตอเมริกัน USS Donald Cook ที่กำลังลอยลำอยู่ในสมุทรบอลว่ากล่าวก นักบินรบเบลเยียมอยู่ระหว่างวิธีการทำหน้าที่ตรวจสอบน่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก อันเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของภารกิจการตรวจตราทางอากาศของนาโต (Nato Air Policing)

ช่วงเวลาที่เรือบินรบของรัสเซียมุ่งหน้าไปยังเรือพิฆาตอเมริกัน USS Donald Cook ซึ่งเที่ยวตรวจทะเลบอลติกนอกชายฝั่งประเทศลิทัวเนีย นักบินกองทัพอากาศเบลเยียมก็เลยรีบออกบินในตอนเวลาเช้าวันศุกร์ เพื่อสกัดกั้นเครื่องบินรบที่มิได้ปรากฏตัว และก็ไล่ส่งให้เครื่องบินที่บุกรุกจำต้องออกห่างจากน่านฟ้าของประเทศคาบสมุทรบอลติก อย่างเช่น เอสโตเนีย ลัตเวีย และก็ลิทัวเนีย แล้วก็ เรือพิฆาตของอเมริกาอีกด้วย

F 16

สำหรับประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ที่ไม่มีเรือบินรบสำหรับป้องกันการโจมตีทางอากาศอย่างเต็มความสามารถในกองทัพของตัวเอง อย่างเช่น ลักเซมเบิร์ก ไอซ์แลนด์ สโลวีเนีย และก็ประเทศแหลมบอลติก ได้มีกติกากันในกลุ่มผู้ช่วยเหลือที่จะทำการรับประกันความปลอดภัยของน่านฟ้าประเทศพวกนั้น ในกรณีของประเทศแหลมบอลตำหนิก (เอสโตเนีย ลิทัวเนีย และก็ลัตเวีย) องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือได้ให้เตรียมพร้อมกองกำลังสำหรับการทำหน้าที่ตำรวจอากาศเพื่อรอดูแลสอดส่องให้ด้วย

F 16

นับจากปี 2547 ทัพอากาศเบลเยียมได้รับสั่งให้รับผิดชอบภารกิจการ Baltic Air Policing ตรวจการและก็คุ้มครองน่านฟ้าแถบคาบสมุทรบอลติก 7 ครั้ง มีบทบาทสำหรับเพื่อการการเฝ้าระวังน่านฟ้าทุกวี่วันตลอด 1 วัน 7 วันต่ออาทิตย์ เรือบินรบ F16 ของเบลเยียมได้ออกดำเนินการแทรกแซงฉุกเฉินขับไล่เครื่องบินที่ไม่ได้ทำสื่อสารแผนการบินมาล่วงหน้า และก็บินเกาะติดจนกระทั่งจะบินออกพ้นเขตน่านฟ้าที่ควบคุมอยู่

F 16

เมื่อวันที่ 1 เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ทัพอากาศเบลเยียมได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าภารกิจนี้ตรงเวลา 8 เดือน ในตอนสี่เดือนแรกนั้น เป็นการปฏิบัติภารกิจของอากาศโยธินรวมทั้งเรือบินรบ F16 จากฐานทัพอากาศ Florennes ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในประเทศลิทัวเนีย ภายหลังจากวันที่ 2 เดือนมกราคม ก็ได้รับการเปลี่ยนโดยอากาศโยธินเบลเยียมจากฐานทัพอากาศเมือง Kleine-Brogel ดังนี้ นักบินเครื่องบินรบ F16 เบลเยียมได้ออกทำบิน 67 เที่ยวบิน เพื่อสกัดกั้นเครื่องบินของกองทัพรัสเซีย แล้วก็สามารถทำหน้าที่สำเร็จลุล่วง 56 ครั้ง.

 

 

ที่มา.. thairath

ผู้นำบราซิล

วิภาควิจารณ์ยับ ผู้นำบราซิล ร่วมประท้วงต้านล็อกดาวน์ หน้ากากไม่ใส่แถมไอด้วย

ผู้นำบราซิล เข้าร่วมการคัดค้านต่อต้านมาตรการล็อกดาวน์ โดยไม่ใส่หน้ากากหรือเครื่องคุ้มครองอะไรก็ตามและก็ไอขณะกล่าวทักทายต่อผู้ช่วยเหลือด้วย

สำนักข่าวต่างแดนแถลงการณ์ว่า ผู้นำ ชาอีร์ บอลโซนาโร แห่งบราซิล ถูกติชมอย่างมาก ภายหลังจากเมื่อตอนสุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เขาออกไปร่วมการประชุมคัดค้านต้านทานมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเขาประณามว่าเป็นมาตรการ ‘เผด็จการ’

นายบอลโซนาโร กล่าวซึ่งๆหน้าผู้ส่งเสริมที่หน้าสำนักงานใหญ่กองทัพในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันอาทิตย์ (20 เม.ย.) โดยชื่นชมผู้ประท้วงว่าเป็น ผู้รักชาติ ที่ป้องกันความอิสระส่วนบุคคลของตน

แม้กระนั้น สื่อบราซิลจำต้องข้อสังเกตว่า ในระหว่างการประชุม ผู้นำบอลโซนาโร มิได้สวมหน้ากากป้องกัน ถึงแม้เขาจะไอเป็นบางครั้ง และไม่สวมถุงมือ ซึ่งเป็นมาตรการคุ้มครองป้องกันโควิด-19 ด้วย โดยนายบอลโซนาโรเคยไม่ยอมรับความร้ายแรงของเชื้อไวรัสมรณะตัวนี้ โดยกล่าวว่า แรงกว่าหวัดเล็กน้อยเพียงแค่นั้น

สำหรับในการคัดค้านดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นอกเหนือจากการที่จะมีผู้รวมกันถือป้ายต้านทานมาตรการล็อกดาวน์แล้ว ยังมีผู้ถือป้ายเรียกร้องให้ปิดที่ประชุมคองเกรสและก็ศาลฎีกา แล้วก็ต้องการที่จะให้กองทัพเข้ามารับช่วงต่อจัดการวิกฤติโควิด-19 ด้วย อนึ่ง บราซิลเคยอยู่ใต้การปกครองของทหารมานานกว่า 2 ทศวรรษจนกระทั่งปี 2528 และก็ก่อนหน้านี้เคยมีการเรียกร้องให้เพิ่มอำนาจแก่ทหารมาแล้วหลายที

อย่างไรก็ดี นายบอลโซนาโรยืนจนถึงกับสื่อในวันจันทร์ว่า ส่วนตัวเขามิได้เรียกร้องให้ปิดหน่วยงานดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พร้อมย้ำว่า บราซิลเป็นระบบประชาธิปไตย ศาลฎีกากับที่ประชุมพรรคคองเกรสก็เปิดกว้างรวมทั้งโปร่งใส

ด้าน นายโรดริโก ไมอา ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่บราซิล ทวีตใจความจู่โจมผู้นำบราซิลว่า “ทั่วโลกสามัคคีกันต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ว่าในบราซิล พวกเราจำต้องต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วก็เชื้อไวรัสลัทธิอำนาจนิยม ในนามของสภาผู้แทนราษฎร ผมขอไม่ยอมรับความประพฤติอะไรก็แล้วแต่ที่ป้องกันเผด็จการ”

ดังนี้ บราซิลรายงานเจอผู้ติดโรคเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศแล้ว 40,581 ราย ในปริมาณนี้เสียชีวิตถึง 2,575 ศพ

 

ที่มา.. thairath

สิงคโปร์สะพรึงหนัก

สิงคโปร์สะพรึงหนัก ยอดติดเชื้อโรครายใหม่วันเดียวพุ่งกว่า 1,400 ราย

สิงคโปร์สะพรึงหนัก ยอดผู้ติดโรคโควิด-19 รายใหม่ยังเพิ่มสูงไม่หยุด ยืนยันพบผู้ติดโควิด 1 วัน ถึงกว่า 1.4 พันราย จนถึงยอดสะสมผู้ติดเชื้อโรคเกินกว่า 8 พันราย สูงสุดในอาเซียน

เมื่อ 20 ม.ย. 63 สำนักข่าวรอยเตอร์แล้วก็เว็บเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ รายงานเหตุการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายจำพวกใหม่ หรือโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์น่าวิตก โดยทางการสิงคโปร์แถลงยืนยันเมื่อวันจันทร์ เจอผู้ติดเชื้อโรคโควิดรายใหม่ ในตอน 1 วัน เพิ่มถึง 1,426 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดโรคในประเทศ มากขึ้นเป็น 8014 รายแล้ว แปลงเป็นประเทศที่มีผู้ติดโรคโควิดมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน และก็ขึ้นมาอยู่ที่ชั้น 31 ของโลก

ในช่วงเวลาที่ฟิลิปปินส์ รับรองมีผู้ติดเชื้อโรครายใหมเพิ่มเติม 200 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดโรคในประเทศมากขึ้นมาอยู่ที่ 6,459 ราย แล้วก็มีคนเสียชีวิตจากโรคโควิดเพิ่มเติมอีก 19 ศพ ทำให้ยอดผู้ตายมากขึ้นเป็น 428 ศพ

ส่วนทางการอินโดนีเซียแถลงการันตี เจอผู้ติดเชื้อโรคโควิดรายใหม่อีก 185 ราย ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อโรคเพิ่มเป็น 6,760 ราย

 

ที่มา.. thairath

เมียนมาปล่อยนักโทษ

เมียนมาปล่อยนักโทษ 25,000 คนสังสรรค์ปีใหม่

สำนักงานประธานาธิบดีเมียนมาแถลงเมื่อ 17 เม.ย.ว่า เมียนมาปล่อยนักโทษ เกือบ 25,000 คน เป็นการให้อภัยโทษเนื่องในเทศกาลน้ำ “ตะจาน” หรือปีใหม่ของเมียนมา ซึ่งปีนี้ตรงกับตอน 12-16 เม.ย. นับเป็นการปล่อยตัวผู้ต้องขังครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

ประธานาธิบดีวิน มยินต์ เปิดเผยว่า ผู้ต้องขัง 24,896 คน แล้วก็คนต่างชาติ 87 คน ในคุกทั้งประเทศ จะถูกปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อนำความสุขสู่พลเมืองเมียนมา แล้วก็พิจารณาถึงความกังวลใจด้านมนุษยธรรมด้วย แต่ว่าไม่กล่าวว่าผู้ต้องขังที่ถูกปล่อยตัวก่อคดีใดบ้าง ส่วนนายซอว์ซอว์ พิธีกรสำนักคุกภรรยานมาเปิดเผยต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การปลดปล่อยผู้ต้องขังไม่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในประเทศมีผู้ติดเชื้อโรคแล้ว 85 ราย เสียชีวิต 4 ราย

ด้านหมู่คนหลายชิ้นไปชุมนุมกันที่นอกคุกอินเส่งในนครย่างกุ้งเมื่อ 17 เม.ย.เพื่อรอคอยรับผู้ต้องขังที่เป็นญาติพี่น้องของตนเอง แม้ว่ารัฐบาลห้ามการรวมกันเพื่อคุ้มครองการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ว่ายังไม่ชัดเจนว่านักโทษที่ถูกปล่อยตัวรวมทั้งผู้ต้านรัฐบาลหรือนักโทษการเมืองด้วยไหม ที่ผ่านมา สำนักทัณฑสถานอ้างว่าไม่มีนักโทษการเมืองในภรรยานมาแล้ว แต่ว่ากลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่ายังมีหลายสิบคน

ปีที่ผ่านมาเมียนมาทยอยปล่อยตัวนักโทษในตอนปีใหม่ราว 23,000 คน แล้วก็กว่า 8,000 คน ถูกปล่อยตัวในปี 2561 ดังนี้ หลังรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจี ขึ้นกุมอำนาจในปี 2559 หลังจบยุครัฐบาลทหารที่กุมอำนาจเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปี หนึ่งในอย่างแรกๆที่นางซูจีทำเป็นการปล่อยนักโทษการเมือง

ด้านชมรมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) เปิดเผยว่า ยังมีนักโทษการเมืองในเมียนมากว่า 70 คน ถึงแม้รัฐบาลไม่ยอมรับว่ามีอยู่ แต่ว่ายังไม่รู้ว่ามีนักโทษการเมืองรวมอยู่ในผู้ถูกปล่อยตัวปีนี้ไหม เอเอพีพีเปิดเผยเพราะว่าก่อนที่จะมีการปล่อยตัวปัจจุบันมีนักโทษอยู่ในระบบคุกทั่วเมียนมากว่า 92,000 คน

โดยคุกบางที่มีนักโทษอยู่แออัดเกินกว่าที่คุกรองรับได้ถึง 2-3 เท่า ซึ่งข้างหลังการปล่อยตัวคราวนี้จะมีผลให้ผู้ต้องขังทั่วทั้งประเทศลดน้อยลงกว่า 1 ใน 4 ส่วนกลุ่มสิทธิมนุษยชน “อาธาน” เปิดเผยว่า ในปี 2562 มีนักโทษกว่า 331 คน ที่ถูกฟ้องในข้อกล่าวหาที่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงความคิดเห็น รวมถึงคณะกวีแนวเสียดสีรวมทั้งนักศึกษาที่ประท้วงต่อต้านการสั่งปิดอินเตอร์เน็ตของรัฐบาล.

 

ที่มา.. thairath

บริษัท แอปเปิล

บริษัท แอปเปิล เตรียมกลับมาเปิด Apple Store ในเกาหลีใต้แล้ว ชมคุมโควิดอยู่

บริษัท แอปเปิล เตรียมกลับมาเปิดร้าน แอปเปิล สโตร์ ในประเทศเกาหลีใต้เป็นชาติแรก ไม่นับจีน ขณะโควิดระบาดใหญ่ ชี้ ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าสำหรับในการสกัดเชื้อไวรัสมรณะ

มื่อ 17 เดือนเมษายน 63 สำนักข่าวบีบีซี กล่าวว่า บริษัท แอปเปิล บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศรายใหญ่ชื่อดังของโลก ประกาศจัดเตรียมจะกลับมาเปิดทำการ Apple Store (แอปเปิล สโตร์) ร้านค้าขายรวมทั้งให้บริการสินค้าแอปเปิล ในประเทศเกาหลีใต้เป็นที่แรก ในวันเสาร์ที่ 18 ม.ย.นี้ ตั้งแต่แมื่อบริษัทแอปเปิลได้มีคำบัญชาปิดแอปเปิล สโตร์ทั้งผองนอกจีน ช่วงเวลาที่เชื้อไวรัสโคโรนาสายชนิดใหม่ หรือโควิด-19 ระบาดใหญ่ทั้งโลก

จากแถลงการณ์ของบริษัทแอปเปิลที่ส่งไปยังสำนักข่าวบลูมเบิร์ก บอกว่า ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ชี้ให้เห็นถึงความก้าวหน้าระหว่างมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด อย่างไรก็แล้วแต่ การกลับมาเปิดทำ แอปเปิล สโตร์ที่ประเทศเกาหลีใต้อีกทีนี้ จะไม่เปิดในส่วนการจำหน่ายสินค้าของแอปเปิล แม้กระนั้นจะเปิดในส่วนการให้บริการแล้วก็การช่วยเหลือลูกค้าเกี่ยวกับสินค้าของแอปเปิล

บีบีซีรายงานเหตุว่า บริษัทแอปเปิล ซึ่งมีฐานใหญ่อยู่ในเมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้สั่งปิดแอปเปิล สโตร์ ในประเทศจีน ที่มีถึง 42 ร้านค้าทั่วทั้งประเทศทั้งผอง นานถึงราว 2 เดือน ขณะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในจีน ก่อนที่จะกลับมาเปิดกระทำการในมีนาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา.

 

ที่มา.. thairath

ชาร์ล เดอ โกล

ชาร์ล เดอ โกล ป่วยโควิด 668 นาย ทหารเรือบรรทุกเครื่องบินฝรั่งเศส

กระทรวงกลาโหมประเทศฝรั่งเศส ยัน พบโควิด-19 ระบาดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ล เดอ โกล มีทหารป่วยไข้แล้วขั้นต่ำ 668 นาย หรือนึกถึง1 ใน 3 ของทหารบนเรือทั้งสิ้น

ตอนวันที่ 15 เดือนเมษายน 2563 เว็บ ฟรานซ์24 รายงานกระทรวงกลาโหมประเทศฝรั่งเศสแถลงการันตี เจอเจ้าหน้าที่บนเรือบรรทุกเรือบิน ชาร์ล เดอ โกล (Charles-de-Gaulle) รวมทั้งเรือปกป้อง เจ็บป่วยโควิด-19 ถึง 668 ราย หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของทหารที่ประการบนเรือราว 2,000 นาย ทำให้เรือลำดังที่ได้กล่าวมาแล้วจำต้องเลิกการกระทำงานในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแล้วก็มหาสมุทรแอตแลนติก รวมทั้งมุ่งหน้าเข้าเทียบท่าที่เมืองตูลง หลังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บนเรือ

ผู้บังคับบัญชาเรือได้มีการสั่งการกักตัวลูกเรือทั้งหมดเป็นเวลา 14 วันแล้ว และกระทำการฆ่าเชื้อโรคบนเรือบรรทุกเรือบินชาร์ล เดอ โกล ซึ่งประเทศฝรั่งเศสได้ตรวจโรคเจ้าหน้าที่กองทัพเรือรวมทั้งหมด 1,767 นาย ในปริมาณนี้มีทหาร 31 นายจำต้องเข้ารับการดูแลและรักษาที่โรงพยาบาลด้วยโรคโควิด-19 และก็มีหนึ่งรายโคม่า ในขณะจำนวนผู้ติดโรครวมทั่วทั้งประเทศประเทศฝรั่งเศสทะลุ 147,863 รวมทั้งเสียชีวิต 17,167 ศพ

 

ที่มา.. thairath

ทรัมป์

ทรัมป์หยุดจ่ายเงินอุดหนุน WHO แล้ว อ้างบริหารพลาด-ปกปิดการระบาดโควิด

ผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ แห่ง สหรัฐอเมริกา สั่งหยุดการจ่ายเงินอุดหนุนแก่องค์การอนามัยโลกแล้ว โดยใส่ร้ายว่าบริหารผิดพลาดรุนแรง และก็ปกปิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

สำนักข่าว สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ผู้นำ โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศหยุดการจ่ายเงินอุดหนุนทุกปีให้แก่องค์การอนามัยโลก (WHO) แล้ว ในวันอังคารที่ 14 เม.ย. 2563 ระหว่างที่รัฐบาลของเขาทบทวนวิธีการทำหน้าที่ของ WHO ในตอนการระหว่างของเชื้อไวรัสโควิด-19

นายทรัมป์ แถลงการณ์ในงานแถลงข่าวว่า การทบทวนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเกี่ยวเนื่องถึงเรื่อง หน้าที่ของ WHO สำหรับเพื่อการบริหารจัดแจงที่บกพร่องอย่างร้ายแรง และก็หน้าที่สำหรับการปกปิดประเด็นการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่

นายทรัมป์บอกว่า ตอนสหรัฐอเมริกา ประกาศจำกัดการเดินทางจากจีน ในตอนเริ่มการระบาด WHO กลับต่อต้านในสิ่งที่เขาทำ “ประเทศกับภูมิภาคอื่นๆปฏิบัติตามคำเสนอแนะของ WHO แล้วก็ปิดชายแดนต้อนรับจีน รีบการระบาดทั่วทั้งโลกให้เร็วเพิ่มขึ้น”

“การตัดสินใจของประเทศใหญ่อื่นๆที่เปิดกว้างรื่องการเดินทางถัดไป เป็นเลิศในเรื่องเศร้าที่ใหญ่ที่สุด แล้วก็เป็นการคลาดโอกาส (สำหรับเพื่อการควบคุมเชื้อไวรัส) แม้กระนั้นเนิ่นๆ”

นายทรัมป์ ยังใส่ความ WHO ว่าให้ความใส่ใจกับความถูกต้องชัดเจนทางด้านการเมือง (political correctness) มากยิ่งกว่าการช่วยชีวิตคน รวมทั้งยึดคำกล่างอ้างของจีนเกี่ยวกับการระบาดเป็นความจริง “พวกเขาเชื่อสำหรับในการเผยของจีน ซึ่งน่าจะเป็นต้นสายปลายเหตุให้ปริมาณผู้ติดเชื้อโรคทั่วทั้งโลกพุ่งขึ้นถึง 20 เท่า หรืออาจมากกว่านั้นก็ได้”

“การตายเยอะมากเกิดขึ้นเนื่องจากข้อผิดพลาดของพวกเขา” นายทรัมป์กล่าว

ดังนี้ นายทรัมป์เป็นเยี่ยมในคนที่ออกมาชื่นชอบการควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนแรกของการระบาด โดยเขาทวีตใจความเมื่อ 25 เดือนมกราคม ไม่กี่วันหน้าจากทั้งยัง 2 ประเทศเซ็นชื่อกติกาเชิงพาณิชย์กันว่า “จีนพยายามอย่างมากเพื่อควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา สหรัฐอเมริกา ยกย่องในความเพียรพยายามรวมทั้งความโปร่งสบายใสของพวกเขาอย่างมาก ทุกๆอย่างจะเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในนามของคนอเมริกัน ผมขอขอบคุณมากผู้นำสี (จิ้นผิง)!”

แต่ ภายหลังจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มระบาดอย่างมากในยุโรปรวมถึงในสหรัฐอเมริกา นายทรัมป์ก็เริ่มจู่โจมจีนว่า ปกปิดจำนวนผู้ติดเชื้อโรคที่จริงจริง ทำให้เชื้อไวรัสแพร่ระบาด

อนึ่ง ในแต่ละปีสหรัฐอเมริกา จะมอบเงินสนับสนุนให้แก่องค์การอนามัยโลกราว 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือราว 1,898 ล้านบาท คิดเป็นแทบ 15% ของเงินช่วยเหลือทั้งปวงที่ WHO ได้รับ

 

แหล่งที่มา.. thairath