All Posts By: Adrienne

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกรอบ

สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกรอบ หลังจำเป็นต้องปิดกระทำเนื่องจากการระบาดหนักของโรคโควิด-19

เช้าวันนี้ (11 เดือนพฤษภาคม 2563) สวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ ของจีน กลับมาเปิดให้บริการเป็นครั้งแรก ภายหลังจำต้องปิดทำการ เนื่องจากว่าเหตุการระบาดหนักของเชื้อไวรัสโคโรนาสายประเภทใหม่ หรือ โรคโควิด-19 เพื่อยั้งการแพร่ขยายของเชื้อไวรัส

โดยทางสวนสนุกจะเปิดให้นักเดินทางเข้าเยี่ยมชมพื้นที่นำเสนอ ภายใต้ข้อกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดทำตามที่ได้กำหนด แล้วก็นักเดินทางจำต้องจองตั๋วเข้าชมก่อนล่วงหน้า รวมทั้งทุกคนจะต้องกระทำตามกฎ ภายใต้ข้อจำกัดของมาตรการเว้นระยะห่างทางด้านสังคม ดังนี้ทางสวนสนุกรับรองว่าจะดูแลในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดตามสถานที่ต่างๆอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีความปลอดภัยของคนที่เข้ามาเยี่ยมชม รวมทั้งเพื่อปกป้องการกลับกริ้วบาดหนักซ้ำเป็นครั้งลำดับที่สอง

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีแถลงการณ์ว่า จีนเจอผู้เจ็บป่วยรายใหม่มากขึ้นมาอีก 17 ราย ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดนับจากวันที่ 28 ม.ย. 2563 ก่อนหน้าที่ผ่านมา และก็ถึงแม้ปริมาณคนเจ็บรายใหม่จะยังคงต่ำลงยิ่งกว่ายอดสูงสุดของการระบาดอย่างหนักในตอนก.พ. แม้กระนั้นการกลับมาเพิ่มขึ้นของคนป่วยติดโรครายใหม่ ทำให้หลายข้างไม่สบายใจถึงการเสี่ยงที่จีนแผ่นดินใหญ่จะกลับมามีการระบาดหนักซ้ำอีกครั้ง.

 

 

ที่มา thairath

แก๊สรั่ว

เกิดเหตุแก๊สรั่ว ในอินเดีย ที่โรงงานแอลจี โพลิเมอร์ส ชาวบ้านตาย-ป่วยระนาว

เกิดเหตุ แก๊สรั่ว ออกมาจากพื้นที่โรงงานแอลจี โพลิเมอร์ส โครงข่ายธุรกิจของประเทศเกาหลีใต้อยู่ที่เมืองวิสาขะปัฐนาม รัฐอานธรประเทศ ทางตอนใต้ด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย โชคร้ายเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 03.00 น. เช้าตรู่วันพฤหัสบดี 7 เดือนพฤษภาคม ตรงเวลาท้องถิ่น ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้โรงงานดังที่กล่าวมาแล้วล้มป่วยกันเป็นแถวเป็นแนว คนจำนวนไม่น้อยหายใจไม่สะดวกและก็เจ็บไข้ทันควัน พื้นฐานมีรายงานคนเสียชีวิตอย่างต่ำ 13 ราย เจ็บมากมายเกือบจะ 1,000 ราย

ตำรวจในพื้นที่กำหนด เคราะห์หามยามร้ายแก๊สรั่วดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นตอนหลังเกิดไฟไหม้ช่วงสั้นๆข้างในโรงงานและก็มีการปิดไฟไหม้ไปแล้ว แต่กำเนิดก๊าซรั่วซ้ำอีก ช่วงเวลาที่ผู้คนรอบๆนั้น ซึ่งโดยมากกำลังร่วมเพศจะต้องตื่นเวลาดึกรวมทั้งพากเพียรวิ่งหนีกลิ่นแก๊สรุนแรง ซึ่งลอยไกลในรัศมีมากยิ่งกว่า 3 กิโลเมตรบ้างถึงกับเป็นลมเป็นแล้งล้มฟุบกึ่งกลางถนนหนทาง คนจำนวนไม่น้อยมานะวิ่งไปให้ถึงโรงหมอที่อยู่ไม่ไกลจากโรงงาน

ทางการรัฐอานธรประเทศ ระบุแก๊สดังที่ได้กล่าวมาแล้วคงจะค้างอยู่ในโรงงาน ซึ่งถูกปิดชั่วครั้งชั่วคราวตามมาตรการ “ล็อกดาวน์” ปิดเมืองคุ้มครองปกป้องการแพร่ระบาดของโคโรที่นาไวรัส “โควิด-19” มาตั้งแต่ 24 มี.ค.และก็กำลังจัดเตรียมเปิดกระทำการอีกรอบข้างหลังรัฐบาลประเทศอินเดียเริ่มลดหย่อนมาตรการปิดเมืองหากแม้จำนวนผู้ติดโรควัววิด-19 ทั่วทั้งประเทศประเทศอินเดียยังเพิ่มอยู่ที่กว่า 53,100 ราย คนตายมากมายแทบ 1,800 ราย

หน่วยงานควบคุมมลพิษเมืองอานธรประเทศ กำหนดปัจจัยแก๊สรั่วอาจเป็นเพราะปฏิกิริยาความร้อนด้านในถังแก๊สทำให้แก๊สรั่ว โดยแก๊สดังกล่าวข้างต้นเป็น สารสไตรีน (Styrene) เป็นสารโพลิเมอร์ใช้สำหรับเพื่อการผลิตพลาสติกสำหรับใส่ผลไม้หรือพัสดุภัณฑ์ต่างๆรวมทั้งอุปกรณ์ผลิตเครื่องเรือน เป็นแก๊สไม่มีสี หรือสีเหลืองอ่อน ติดไฟติดรวมทั้งก่อกำเนิดอาการระคายจมูกเมื่อดมกลิ่น ทั้งยังมีผลอันตรายต่อปอดรวมทั้งระบบประสาท

อุบัติภัยแก๊สพิษรั่วลักษณะนี้ในประเทศอินเดียครั้งร้ายแรงเกิดขึ้นเมื่อ 2 เดือนธันวาคมปี 2527 ที่เมืองโภปาล รัฐมัธยประเทศ สารเคมีเมทิล ไอโซไซ-ยาเนต เกิดรั่วไหลจากโรงงานผลิตยาฆ่าแมลง ทำให้ชาวบ้านรอบๆนั้นเสียชีวิตสูงถึงกว่า 3,787 ราย ประชาชนได้รับผลพวงอีกหลายแสนคน นับว่าเป็นอุบัติภัยทางอุตสาหกรรมรุนแรงที่สุดกาลครั้งหนึ่งของโลก.

 

 

ที่มา thairath

สายการบินสหรัฐฯ

สายการบินสหรัฐฯ เตรียมประกาศข้อบังคับให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากอนามัย

สายการบินสหรัฐฯ เตรียมประกาศข้อบังคับให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยในทุกเที่ยวบิน

เมื่อ 7 เดือนพฤษภาคม 63 เว็บ ‘ยูเอสเอ ทูเดย์‘ รวมทั้งสำนักข่าว สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี รายงานสายการบินยักษ์ใหญ่ของอเมริกา จัดเตรียมประกาศข้อบังคับให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากอนามัยในทุกเที่ยวบิน ซึ่งผู้โดยสารทั่วๆไปสามารถถอดหน้ากากอนามัยได้ตอนในเวลาสั้นๆขณะรับประทานอาหารเท่านั้น

สายการบินเดลต้า แอร์ไลนส์ (Delta Airlines) ออกมาตรการให้ผู้โดยสวมสารใส่หน้ากากอนามัยตลอดทั้งเที่ยวบิน รวมถึงขณะเช็กอิน รวมทั้งก่อนขึ้นเครื่องบิน เหมือนกันกับยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ (United Airlines) ที่ได้บังคับใช้มาตรการให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากอนามัยขณะเดินทางเหมือนกัน ส่วนสายการบิน อเมริกัน แอร์ไลนส์ (American Airlines) จัดเตรียมขอความร่วมมือผู้โดยสารให้สวมหน้ากากอนามัยภายหลังจากนี้

เวลาที่สายการบินของประเทศออสเตรเลียอย่างสายการบินแควนตัส (Qantas) บอกว่ายังไม่มีมาตรการให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากอนามัย รวมทั้งยังไม่มีมาตรการอะไรก็ตามเพิ่มถ้ามีการยกเลิกล็อกดาวน์ แต่ว่าพื้นฐานได้บังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางด้านสังคมบนเรือบินแล้ว

 

 

ที่มา thairath

ไฟไหม้ตึกสูงในยูเออี

เกิดเหตุไฟไหม้ตึกสูงในยูเออี ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่ชัดเจน

เกิดเหตุ ไฟไหม้ตึกสูงในยูเออี เมื่อคืนนี้วันอังคาร เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือกันควบคุมไฟได้เสร็จ แต่ว่ายังไม่รู้เรื่องสาเหตุ และไม่ชัดเจนว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตด้วยไหม

สำนักข่าว สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี กล่าวว่า เกิดไฟลุกอาคาร อับบ์โก ทาวเวอร์ ซึ่งมีความสูง 48 ชั้นในเมือง ชาร์จาห์ หนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในคืนวันอังคารที่ 5 เดือนพฤษภาคม 2563 ก่อนที่จะไฟจะขยายจนกระทั่งท่วมหลายพื้นที่ของตัวตึก ทำให้ซากตกลงมาโดนรถยนต์และก็ถนนเบื้องล่าง

สำนักงานฉุกเฉินได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ในเวลาราว 21.00 น. ตรงเวลาเขตแดน ก่อนพนักงานดับเพลิงหลายสิบนายถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุกับรถดับเพลิงอย่างต่ำ 12 คัน แล้วก็โดรนอีกปริมาณหนึ่ง โดยพวกเขาใช่เวลานับชั่วโมงก็เลยสามารถควบคุมไฟเอาไว้ได้

สถานะการณ์นี้ทำให้ประชากรในตึกใกล้กันอย่างต่ำ 5 ตึกจะต้องอพยพเพื่อให้มีความปลอดภัย ในขณะที่ยังไม่มีรายงานชัดเจนว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในสถานะการณ์หรือเปล่า รวมทั้งยังไม่มีการเปิดเผยว่าอะไรเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ด้วย

 

 

ที่มา thairath

โรลส์ รอยซ์

โรลส์-รอยซ์ เตรียมโละพนักงาน 15% หลังรายได้หดจากพิษโควิด-19

สื่อต่างชาติแถลงการณ์ว่า บริษัท โรลส์-รอยซ์ โฮลดิงส์ ผู้ผลิตรถยนต์แล้วก็เครื่องยนต์อากาศยานสัญชาติอังกฤษ กำลังพิเคราะห์ที่จะปรับลดปริมาณบุคลากรลง 15% เพราะว่าลูกค้าของบริษัทจำเป็นต้องปรับลดการผลิตเครื่องบิน รวมทั้งสายการบินต่างๆจะต้องหยุดการให้บริการเที่ยวบิน ด้วยเหตุว่าได้รับผลพวงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ดังนี้ บริษัทแอร์บัส แล้วก็บริษัทโบอิ้ง เป็นลูกค้าที่ซื้อเครื่องยนต์อากาศยานจาก โรลส์-รอยซ์ และก็สายการบินต่างๆจำเป็นต้องชำระเงินให้กับโรลส์-รอยซ์ตามประสบการณ์ที่ใช้เครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์

หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส (FT) รายงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาว่า โรลส์-รอยซ์ จัดเตรียมปลดพนักงานราว 8,000 คน จากทั้งสิ้น 52,000 คน แม้กระนั้น FT คาดว่า โรลส์-รอยซ์จะยังไม่ประกาศปริมาณบุคลากรที่ถูกเลิกว่าจ้างทั้งหมดก่อนสิ้นเดือนเดือนพฤษภาคมนี้

ด้านนายวอร์เรน อีสต์ ซีอีโอของ โรลส์-รอยซ์ เผยในเดือนเม.ย.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาว่า โรลส์-รอยซ์จะปรับลดการใช้จ่ายเงินสดซึ่งรวมทั้งค่าจ้างรายเดือนพนักงานทั้งโลก ลงอย่างต่ำ 10% ในปีนี้

 

 

ที่มา thairath

วอร์เรน บัฟเฟตต์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เทขายหุ้นสายการบิน ชี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

วอร์เรน บัฟเฟตต์ บอกว่าตนเอง “คิดผิด” ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ รวมทั้งเปิดเผยว่าบริษัทของเขาเทขายหุ้นทั้งหมดในสายการบินใหญ่ 4 ที่ของสหรัฐแล้ว แต่ว่าเชื่อถือว่าเศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นได้

สำนักข่าวต่างชาติรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศอเมริกา ตอนวันที่ 2 เดือนพฤษภาคมว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีรวมทั้งนักลงทุนคนประเทศอเมริกา ประธานบริษัทโฮลดิ้งระหว่างชาติ “เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์” รายงานในงานสัมมนาใหญ่รายปีของบริษัท ซึ่งจัดแบบระยะไกลผ่านระบบวีดีโอคอล เมื่อวันเสาร์ เชื่อถือว่าท้ายที่สุดเศรษฐกิจของสหรัฐจะฟื้นจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายประเภทใหม่ เนื่องจากว่า “ในทุกวิกฤติย่อมได้โอกาสเสมอ” ถึงแม้บริษัทสูญเสียรายสุทธิเกือบจะ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.61 ล้านล้านบาท ) เมื่อไตรมาสแรกก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี บัฟเฟตต์พูดว่าวิกฤติโรคระบาดคราวนี้ “เป็นการกลับโฉมครั้งใหญ่” ของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ ในขณะที่หนึ่งในวิธีการพื้นฐานของการลงทุนเป็นการไม่ทุ่มเงินไปกับบริษัท หรือกองทุนที่ยากจะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ร่วมลงทุน เบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ก็เลยตกลงใจขายหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในสายการบินพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 ที่ของสหรัฐ

ดังนี้ สายการบินพวกนั้น อย่างเช่น อเมริกัน แอร์ไลน์ส สายการบินใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ซึ่งบริษัทของบัฟเฟตต์มีหุ้นอยู่ 10% ช่วงเวลาเดียวกันยังมีหุ้นทั้งสิ้น 11% ในเดลตา แอร์ไลน์ส 10% ในเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส รวมทั้ง 9% ในยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส

บัฟเฟตต์บอกว่าเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ลงทุนในหุ้นของสายการบินอีกทั้ง 4 แห่งไปประมาณ 7,000 ถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 226,100 ถึง 258,400 ล้านบาท ) แต่ว่าผลตอบแทน “ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้” รวมทั้งบัฟเฟตต์พูดว่าเขา “ประเมินเหตุการณ์บกพร่อง” สำหรับการให้บริษัทลงทุนในสายการบินทั้งยัง 4 ที่ ด้านสายการบินทุกหัวระแหงที่ถูกอ้างอิงยังสงวนท่า เว้นเสียแต่เดลตา แอร์ไลน์ส ที่ออกคำแถลงเพียงว่า “เคารพต่อการตัดสินใจ” ของบัฟเฟตต์ รวมทั้งเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์

 

 

ที่มา.. dailynews

เมแกน

เมแกน พายแพ้การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งแรกกับสื่ออังกฤษ

เมแกน พายแพ้การต่อสู้ทางกฎหมายครั้งแรกกับสื่ออังกฤษ ศาลสูงในกรุงลอนดอนวิเคราะห์ข้อกล่าวหาส่วนมากที่ฟ้อง หนังสือพิมพ์ เดอะ เมล ออน ซันเดย์ ไม่มีมูลฟ้อง เพราะเหตุว่าไม่ตรงประเด็น

เมื่อ 2 เดือนพฤษภาคม สำนักข่าวต่างชาติและก็เว็บเดอะซันรายงาน เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ต้องแพ้ครั้งแรกสำหรับเพื่อการทำศึกกับสื่อ ภายหลังได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางด้านกฎหมายบริษัทสื่อ Associated Newspaper (ANL)ผู้ครอบครองหนังสือพิมพ์ The Mail On Sunday (เดอะ เมล ออน ซันเดย์) แล้วก็เว็บ MailOnline ใส่ร้ายฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัวจากการเผยแพร่จดหมายที่เมแกนเขียนด้วยลายมือถึงนายโทมัส มาร์เคิล ผู้เป็นบิดาว่าตอนวันที่ 1 เดือนพฤษภาคม ก่อนหน้าที่ผ่านมา ตุลาการศาลสูงกรุงลอนดอน ได้อ่านคำพิพากษา เจาะจงรายละเอียดในข้อกล่าวหาโดยมากที่ดัชเชสเมแกนยื่นฟ้อง เดอะ เมล ออน ซันเดย์นั้น ไม่มีมูลฟ้อง เพราะว่าไม่กระจ่าง และไม่เกี่ยวโยงตรงประเด็น

ดัชเชสที่ซัสเซกซ์กำลังฟ้องบริษัทสื่อ ANL ผู้ครอบครองเดอะ เมล ออน ซันเดย์ที่ตกลงใจเผยแพร่จดหมายที่คุณเขียนถึงบิดาด้วยลายมือ หลายเดือนภายหลังจากสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี่ โดยเมแกนเห็นว่าความประพฤติปฏิบัติดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัว ในช่วงเวลาที่ทาง หนังสือพิมพ์ The Mail On Sunday ถกเถียงข้อกล่าวหาว่าการเผยแพร่จดหมายดังที่ได้กล่าวมาแล้วของเมแกนนั้น เห็นได้ชัดว่าจดหมายนี้มิได้เป็นความลับ

ผู้พิพากษา จัสติน วอร์บี ประจำศาลสูงกรุงลอนดอน ชี้ว่าข้อกล่าวหาที่เมแกนอ้างถึงว่าความประพฤติปฏิบัติของหนังสือพิมพ์เดอะ เมล ออน ซันเดย์ ชี้ให้เห็นถึงความทุจริตแล้วก็เจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ โดยอยากได้ยุแหย่ความขัดแย้งระหว่างคุณกับบิดานั้น ไม่ตรงประเด็นการฟ้อง

ด้านเว็บมิร์เรอร์รายงานว่า บริษัทข้อบังคับที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้แทนของเมแกนสำหรับการต่อสู้คดีนี้ แถลงการณ์ในเวลาถัดมาว่า พวกตนรู้สึกประหลาดใจ แต่ว่ายืนยันว่าดัชเชสเมแกนยังคงมีหลักฐานที่หนักแน่นสำหรับการต่อสู้ด้านกฎหมายกับ หนังสือพิมพ์ เดอะ เมล ออน ซันเดย์ ส่วนบริษัท ANL บอกว่าได้มีการขอให้เมแกนช่วยชำระเงินค่าฟ้องร้องตามกฎหมายเป็นเงินกว่า 50,000 ปอนด์ (ราว 2 ล้านบาท) ภายหลังจากเมแกนไม่ยอมรับที่จะตกลงยอมความกันนอกศาล

 

ที่มา.. thairath

เจ้าชายแฮร์รี่

เจ้าชายแฮร์รี่ เล่าให้พระสหายฟัง คิดถึงทหารและกองทัพ ไม่เชื่อชีวิตจะเป็นแบบนี้

ศูนย์ข่าวเผย เจ้าชายแฮร์รี่ ทรงเล่าให้เหล่าพระสหายฟัง คิดถึงชีวิตทหารรวมทั้งกองทัพ ไม่อาจจะเชื่อว่าชีวิตจะกลับด้านแบบนี้ แต่เจ้าชายแฮร์รี่ก็มิได้ทรงตำหนิเมแกนที่ต้องการกลับมาอยู่บ้านเกิดในสหรัฐอเมริกา

เมื่อ 30 เดือนเมษายน เว็บเดลี่เมล รายงานอ้างศูนย์ข่าวใกล้ชิดเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ เผย เจ้าชายแฮร์รี่ ซึ่งในตอนนี้ได้ลดหน้าที่จากการเป็นพวกชั้นสูงวงศ์สกุลอังกฤษ รวมทั้งประทับอยู่ในนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทรงเผยถึงความรู้สึกของท่านให้เหล่าพระสหายฟังว่าทรงนึกถึงชีวิตทหารรวมทั้งกองทัพ พร้อมด้วยยังทรงคาดว่าท่านจะทรงได้รับการป้องกันจากเรื่องวุ่นวายชุลมุนที่เกิดขึ้นในตอนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มากยิ่งกว่านี้ ถ้าหากว่าท่านยังทรงอยู่ในกองทัพ

เจ้าชายแฮร์รี่ยังได้เผยกับเหล่าพระเพื่อนว่า พระองค์ไม่อาจจะเชื่อว่าชีวิตของพระองค์ได้สลับด้านมาเป็นเช่นขณะนี้ โดยเจ้าชายแฮร์รี่จะต้องสละยศและก็ตำแหน่งในกองทัพหลายตำแหน่ง และก็ตำแหน่งจอมพลราชนย.อังกฤษ ภายหลังท่านรวมทั้งเมแกน ชายา ได้ขอลดหน้าที่การเป็นพวกชั้นสูงราชวงศ์อังกฤษ รวมทั้งมีผลบังคับช่วงวันที่ 31 เดือนมีนาคม 2563

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเปิดเผยความรู้สึกให้พระเพื่อนผู้คนจำนวนมากฟังว่า ท่านนึกถึงกองทัพและก็ตำแหน่งในกองทัพอย่างแท้จริง’ แหล่งข่าวเปิดเผยกับเดลี่เมล กับบอกพระเพื่อนว่าท่านยังคงไม่อาจจะเชื่อว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้น และไม่อาจจะเชื่อว่าชีวิตของพระองค์ได้ทรงกลับหัวแบบนี้ เนื่องด้วยพระองค์ทรงเป็นสุขเมื่อได้ทำหน้าที่ในกองทัพ แต่ทว่าเมื่อพระองค์ได้ทรงเจอกับเมเกแน และก็นับจากนั้น ชีวิตของท่านก็เกิดเรื่องที่ยิ่งใหญ่

ศูนย์ข่าวเปิดเผยเหตุว่า เจ้าชายแฮร์รี่ พระชันษา 35 ปี มิได้ทรงติเตียนเมแกนที่อยากกลับมาอยู่ที่บ้านในสหรัฐอเมริกาอะไร เพียงแค่คาดว่าเจ้าชายแฮร์รี่บางทีอาจมีความคิดว่าท่านอาจได้รับการป้องกันจากเรื่องวุ่นวายวุ่นวายที่เผชิญได้ดีมากยิ่งกว่านี้ถ้าเกิดยังทรงอยู่ในกองทัพ

ดังนี้ พว.เคนซิงตันได้ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2558 ว่าเจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงลาออกจากการเป็นทหารแล้ว ภายหลังจากที่ผ่านมาพระองค์ได้เดินทางไปยังอัฟกานิสถานถึง 2 ครั้งในตอน 10 ปีที่ท่านเป็นทหารในกองทัพบกที่สหราชอาณาจักร

 

ที่มา.. thairath

อิตาลี

อิตาลี เป็นประเทศที่ได้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อันดับ 3 ของโลก

อิตาลี กลายเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ที่มีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 สะสมมากยิ่งกว่า 200,000 ราย ในขณะที่มีคนเสียชีวิตเพิ่มจากเมื่อวานบางส่วน

สำนักข่าวต่างชาติแถลงการณ์ว่า สำนักงานป้องกันพลเรือนอิตาลี เผยในวันอังคารที่ 28 เม.ย. 2563 ว่า ยอดสะสมของผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในประเทศมากขึ้นเป็น 201,505 รายแล้ว นับเป็นประเทศที่ 3 ของโลกต่อจากสหรัฐอเมริกา และก็ประเทศสเปน ที่มีผู้ติดโรคเกินหลัก 2 แสนราย

ตามการเปิดเผยของที่ทำการคุ้มครองปกป้องข้าราชการ อิตาลีเจอผู้ติดเชื้อโรครายใหม่ 2,091 ราย ในตอน 1 วันก่อนหน้าที่ผ่านมา สูงมากขึ้นกว่าวันก่อนหน้านั้นที่เจอ 1,739 ราย ในตอนที่มีผู้ตายอีก 382 ศพ มากที่สุดตั้งแต่แมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำให้ยอดคนเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศเพิ่มเป็น 27,359 ศพ สูงสุดเป็นชั้น 2 ของโลก

แต่ ปริมาณผู้ติดเชื้อโรคยังเหลือของอิตาลี ซึ่งไม่รวมคนเสียชีวิตและก็คนที่รักษาหายแล้ว ต่ำลงจาก 105,813 รายในวันจันทร์เป็น 105,205 รายในวันอังคาร เวลาที่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาตัวในห้องห้องดูแลผู้ป่วยหนักในโรงพยาบาลก็ลดน้อยลงอีก 93 รายหรือ 1,863 ราย ส่วนคนที่หายก็ดีเพิ่มเป็น 68,941 คน

 

ที่มา.. thairath

คิม จอง อึน

ปธน.ทรัมป์ เผย คิม จอง อึน ที่หายไปอย่างผิดปกติหลายสัปดาห์ ยังมีชีวิตอยู่

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะเผยรายละเอียดได้มากกว่านี้ พร้อมบอกประสงค์ให้คิม สบายดี

เมื่อ 28 ม.ย. 63 เว็บเดลี่เมล รายงานผู้นำโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สหรัฐอเมริกา แย้มความลับเกี่ยวกับ คิม จอง อึน ผู้นำประเทศเกาหลีเหนือ ที่หายไปอย่างไม่ดีเหมือนปกตินับเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ว่า ช่วงนี้ คิม จอง อึน ยังมีชีวิตอยู่ แต่ว่าตนไม่อาจจะเผยในสิ่งที่ทราบได้มากไปกว่านี้ เวลาเดียวกันก็มุ่งมาดปรารถนาให้คิมสบายดี

ผู้นำทรัมป์ ได้เผยความลับเกี่ยวกับ คิม จอง อึน เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามระหว่างการรายงานข่าวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เดือนเมษายน ตรงเวลาแคว้น โดยทรัมป์ไม่ยอมรับที่จะเผยเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ของคิม จอง อึน เดี๋ยวนี้ให้ผู้รายงานข่าวรวมทั้งโลกข้างนอกได้รู้ แล้วก็ยังพูดว่าไม่มีผู้ใดทราบดีว่า คิม จอง อึน อยู่ไหน

‘ผมไม่สามารถที่จะบอกคุณทั้งผอง ผมพูดไม่ได้ ผมเพียงแค่ต้องการให้เขาเป็นสุขดี แล้วก็ผมมีความเชื่อมโยงที่ดีเลิศกับคิม จอง อึน’ ผู้นำทรัมป์ เปิดเผยถึงสิ่งที่เขาทราบมาเกี่ยวกับโชคชะตาของคิม จอง อึน ที่กำลังจะมีกระแสข่าวลือแพร่กระจายอย่างมากว่าเขาอยู่ในภาวะ’ผัก’ อาการวิกฤติข้างหลังผ่าตัด และมีการเปิดเผยว่า คิม จอง อึน เสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็แล้วแต่ ทางการประเทศเกาหลีใต้ได้ออกมาท้วงข่าวซุบซิบกลุ่มนี้ โดยกล่าวว่าไม่เจอสัญญาณเปลี่ยนไปจากปกติอะไรก็ตามเกี่ยวกับสุขภาพของคิม จอง อึน แล้วก็รับรองว่ายังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งทำให้รู้สึกสับสนเกี่ยวกับสุขภาพที่จริงจริงของ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือวัย 36 ปีเป็นอย่างยิ่ง ภายหลังไม่แสดงตัวในที่ส่วนรวมมาตั้งแต่ข้างหลังวันที่ 11 เดือนเมษายน รวมถึงยังมิได้ไปร่วมงานสังสรรค์วันเหมือนวาระครบรอบวันเกิดปีที่ 108 ของคิม อิล ท่อนไม้ ผู้จัดตั้งประเทศและก็เป็นปู่ของตนเอง เหมือนเช่นเคย

 

 

ที่มา.. thairath